Review: เซรั่มและอายครีมพิษผึ้ง “Wild Ferns Bee Venom Serum & Eye Cream”

สวัสดีค่า สิงอยู่ในบ้าน Jeban นานแล้วขอลงรีวิวกันสักหน่อย วันนี้จะขอพูดถึงเคล็ดลับความงามจากธรรมชาติที่มี ชื่อว่า Bee Venom หรือ ที่เราเรียกๆกันว่า "พิษผึ้ง" กันบ้าง ด้วยไลน์สกินแคร์ที่มีพิษผึ้งเป็นส่วนผสมหลักนั่นเองคะ ซึ่งก็คือ

วันนี้จะขอพูดถึงเคล็ดลับความงามจากธรรมชาติที่มี ชื่อว่า Bee Venom หรือ ที่เราเรียกๆกันว่า “พิษผึ้ง” กันบ้าง

 

The original post can be found here on the Jeban Website also don’t forget to follow the Facebook community รีวิวเครื่องสำอางแพง by Jeban.com for more posts like this

สวัสดีค่า สิงอยู่ในบ้าน Jeban นานแล้วขอลงรีวิวกันสักหน่อย
วันนี้จะขอพูดถึงเคล็ดลับความงามจากธรรมชาติที่มี ชื่อว่า Bee Venom หรือ ที่เราเรียกๆกันว่า พิษผึ้ง” กันบ้าง
ด้วยไลน์สกินแคร์ที่มีพิษผึ้งเป็นส่วนผสมหลักนั่นเองคะ ซึ่งก็คือ

แบรนด์ Wild Ferns นี้เป็นแบรนด์จากประเทศนิวซีแลนด์ค่ะ
เค้าจะเน้นทำสกินแคร์ที่มีส่วนผสมเด่นๆจากธรรมชาติ ซึ่งลัลจำได้ว่าเมื่อก่อน
เพื่อนเคยซื้อมาให้เป็นของฝาก แล้วใช้ดีจนติดใจต้องกลับมาฝากเพื่อนซื้อซ้ำกันเลยทีเดียว 555
————-

มาพูดถึงในส่วนของเซรั่มที่ได้เกริ่นกันไปก่อนหน้านี้แล้วว่า มีส่วนผสมหลักๆ คือ
พิษผึ้ง และน้ำผึ้งมานูก้าตัวนี้จริงๆแล้วข้างกล่องเค้าเขียนว่าให้ใช้ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์แค่นั้นเองค่ะ เน้นว่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ที่ไม่ได้แนะนำว่าให้ใช้ทุกวัน อาจเพราะเปอร์เซ็นต์ของส่วนผสมจากธรรมชาติในเซรั่มนี้เข้มข้นมากๆ ถึง 96% เลยทีเดียว จึงให้ใช้แค่ปริมาณที่พอดี หลักการทำงานคือ เค้าจะทำหน้าที่หลอกผิวหน้าให้รู้สึกเหมือนกับว่า เราโดนผึ้งต่อยเบาๆ จากนั้นเลือดในร่างกายก็จะถูกกระตุ้น ให้ส่งมาหล่อเลี้ยงบริเวณที่สัมผัสพิษ เกิดการผลิตอิลาสตินและคอลลาเจนใหม่นั่นเองค่ะ

ลัลได้ลองทดสอบการซึมและความมันของเซรั่มตัวนี้ โดยวิธีการคือ กดเซรั่ม 1 ปั๊มลงบนข้อมือ ลูบขึ้นลงไปมา 10 ครั้ง ก่อนที่จะนับ 1-5 เพื่อให้ซึมลงสู่ผิวหนัง แล้วทำการนำกระดาษซับมันสีชมพูแบบฟิล์ม แปะลงไปให้แนบสนิทกับผิวข้อมือ จับเวลาประมาณ 2 นาที สังเกตว่าไม่มีอะไรติดมากับผิวของกระดาษซับมันเลยค่ะ แสดงว่าซึมไวมากๆ และคุมมันอยู่แน่นอนค่ะสามารถใช้ทาตอนเช้าก่อนออกไปทำงานได้เลย
ผลจากการใช้ไป 3 ครั้ง ลัลรู้สึกว่าผิวตึงๆเด้งๆ หน้านุ่มขึ้น แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางติดทนมากขึ้นค่ะ ส่วนเรื่องรอยดำจากสิวยังเห็นผลไม่ชัดเจนเท่าที่ควร แต่แอบสังเกตเห็นหัวสิวอุดตันเม็ดเล็กๆ หลุดออกมาบ้างเหมือนกันค่ะ
————

ส่วนอีกตัวที่อยากจะแนะนำกันในวันนี้ก็เป็นผลิตภัณฑ์ไลน์เดียวกันกับเซรั่ม นั่นคือ
 Eye Cream นั่นเอง ส่วนผสมหลัก ก็คือ พิษผึ้ง, น้ำผึ้งมานูก้า, Rosehip Oil, มะม่วง,ลาเวนเดอร์ และว่านหางจระเข้ ค่ะ

ตอนแรกที่เห็นก็เกิดความสงสัยนะ ว่าครีมตัวนี้จะต้องมีเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นของสารสำคัญ ถึง 97% จากธรรมชาติขนาดนี้เลยเหรอ ?
พอได้ลองใช้แล้วถึงบางอ้อเลยค่ะ 555
—————
 ซึ่งจะขอบอกว่าความประทับใจในตอนแรกไม่ได้ชอบมากเท่าไหร่ เพราะว่า
เราคาดหวังว่ามันเป็นเซรั่มบำรุงผิวใต้ตานะ จะต้องซึมไวพอกันกับเซรั่มอย่างแน่นอน ผลปรากฎว่า แอบซึมช้ากว่าเซรั่ม ใช้แค่ปริมาณ 1 ปั๊มเหมือนกันค่ะ ก็พอเพียงสำหรับผิวบริเวณใต้ตาของเราทั้งสองข้าง คุณคนนี้เค้าทำให้ลัลประหลาดใจก็ตรงที่มันให้ผลที่ค่อนข้างไวเกินคาด สังเกตได้ในระยะเวลา 3 วันเท่านั้น ผิวใต้ตาเรารู้สึกเต่งตึงขึ้น ไม่หย่อนหรืออิดโรยเหมือนแต่ก่อน
เดี่ยวนี้ถึงแม้จะนอนดึกก็จะพยายามทา Eye Cream ทุกวันค่ะ
เผื่อผลบุญของครีมน้านนนน!
จะช่วยต่อต้านรอยดำคล้ำที่สะสมพอกพูนขึ้นทุกวัน ได้บ้าง อิ้ๆ
สีผิวใต้ตาก็ยังคล้ำอยู่น้า 3 วันนี่สังเกตว่า ผิวหนังเราตึงๆขึ้นค่ะไม่บวมปูดและหย่อนคล้อย

“สีผิวใต้ตาก็ยังคล้ำอยู่น้า 3 วันนี่สังเกตว่า ผิวหนังเราตึงๆขึ้นค่ะไม่บวมปูดและหย่อนคล้อย”
ลัลได้ลองทดสอบการซึมและความมันของ Eye Cream ตัวนี้
โดยวิธีการเดียวกันกับเซรั่ม คือ กดครีม  1 ปั๊มลงบนข้อมือ ลูบขึ้นลงไปมา 10 ครั้ง ก่อนที่จะนับ 1-5 เพื่อให้ซึมลงสู่ผิวหนัง
แล้วทำการนำกระดาษซับมันสีชมพูแบบฟิล์ม แปะลงไปให้แนบสนิทกับผิวข้อมือ
จับเวลาประมาณ 2 นาที สังเกตว่ามีน้ำมันบางๆ ติดมากับผิวของกระดาษซับมันจากในรูปที่ลัลได้วงกลมไว้เพื่อให้สังเกตได้ชัดเจนขึ้น
คาดว่าน้ำมันที่เราเห็นนั้นอาจจะมาจากส่วนผสม อย่าง Rosehip Oil นั่นเองค่ะ
ถือว่าค่อนข้างประทับใจมากๆ สำหรับทั้งเซรั่มและครีมบำรุงใต้ตาตัวนี้ ลัลชอบตรง ซึมไว และใช้ง่าย กลิ่นหอมน้ำผึ้งอ่อนๆ และไม่แพ้เลยอีกทั้งผลที่ได้คือเป็นที่น่าพอใจ จะหักคะแนนก็ตรงที่เค้าทำมาเป็นขวดแก้วพกพาไปไหนอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมานิดนึงอีกทั้ง ลัลเป็นคนใช้ของแล้วซุ่มซ่ามชอบทำตกบ่อย 555+ กลัวขวดจะแตกมากๆ เสียดายแย่เลยค่ะ ^^ ...
ถือว่าค่อนข้างประทับใจมากๆ สำหรับทั้งเซรั่มและครีมบำรุงใต้ตาตัวนี้ ลัลชอบตรง
ซึมไว และใช้ง่าย กลิ่นหอมน้ำผึ้งอ่อนๆ และไม่แพ้เลยอีกทั้งผลที่ได้คือเป็นที่น่าพอใจ จะหักคะแนนก็ตรงที่เค้าทำมาเป็นขวดแก้วพกพาไปไหนอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมานิดนึงอีกทั้ง ลัลเป็นคนใช้ของแล้วซุ่มซ่ามชอบทำตกบ่อย 555+
กลัวขวดจะแตกมากๆ เสียดายแย่เลยค่ะ ^^ …
 เดี๋ยวหากลัลมีโอกาสได้ลองผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆของแบรนด์นี้อีก
จะมาทำรีวิวให้ชมกันเรื่อยๆนะคะ เพราะส่วนตัวชอบมากๆสำหรับสกินแคร์ที่อัดแน่น
ไปด้วยธรรมชาติขนาดนี้
อ้อ! ทุกคนอย่าลืมลอง ทดสอบครีมกับบริเวณท้องแขน หรือข้างกกหู ดูก่อนนะคะ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ถ้าผิวเรารู้สึกว่าระคายเคือง มีผื่นคัน หรือแสบแดง แสดงว่าเราแพ้เหล็กในผึ้ง ไม่สามารถใช้ครีมในไลน์นี้ได้ค่ะ  #ด้วยรักและหวังดีน้า สวัสดีค่า

Leave a Reply